Showing posts with label ข่าสมุนไพรไทย. Show all posts
Showing posts with label ข่าสมุนไพรไทย. Show all posts

Saturday, November 17, 2012

สมุนไพร:ข่า



ข่า
ชื่อวิทยาศาสตร์ Languas galangal (L.) Stuntz (Syn.Alpinia galaga(L.) Sw.)
ชื่ออื่น ๆ ข่าตาแดง ข่าหยวก
ลักษณะของพืช มีลำต้นเป็นเหง้าที่มีข้อ  และปล้องเห็นได้ชัดเจนอยู่ใต้ดิน  ส่วนที่อยู่บนดินอาจสูงได้ถึง 2 เมตร  ใบเป็นแบบสลับ  มีกาบใบหุ้มลำต้น  ใบรูปรีเกือบขอบขนานกว้าง 5-11 ซม. ยาว 20-40 ซม. เนื้อใบ 2 ข้างมักไม่เท่ากัน ปลายใบแหลมโคนใบคล้ายสามเหลี่ยม ดอกออกที่ยอดเป็นช่อยาว มีก้านช่อยาว 10-30 ซม. แต่ละดอกมีขนาดเล็ก เมื่อเป็นผล ผลมีรูปร่างรี และใหญ่ประมาณ 1 ซม.

ส่วนที่ใช้เป็นยา เหง้าแก่สดหรือแห้ง

สรรพคุณและวิธีใช้ 1.  แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และปวดท้อง ใช้ขนาดเท่าหัวแม่มือ (สดประมาณ 5 กรัม แห้งประมาณ 2 กรัม) ทุบให้แตกต้มเอาน้ำดื่ม
2.  ใช้รักษาโรคผิวหนัง (ชนิดเกลื้อน) ใช้เหง้าสดฝนกับเหล้าโรงหรือน้ำส้มสายชู หรือตำแล้วแช่แอลกอฮอล์

การขยายพันธุ์ ใช้เหง้า หรือที่เรียกว่า แง่งข่า
สภาพดินและฤดูที่เหมาะสม ชอบที่ดอนดินร่วนซุย  มีอาหารอุดม  มีความชุ่มชื้นเหมาะสม แต่ไม่ชอบน้ำขัง ฤดูปลูกที่เหมาะสมคือ ต้นฤดูฝน

การปลูก
เตรียมดินโดยขุดดินตากแดดไว้ให้ร่วนซุย  ใส่ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยพืชสดกลบหน้าพอสมควร หลังจากตากดินแล้วจึงขุดกลับคืน  ย่อยดินเพื่อให้ร่วนซุยอีกครั้ง  หลังจากเตรียมดินดีแล้ว จึงขุดแง่งข่าจากกอแม่เดิม  โดยใช้ชะแลงแบ่งมาให้แง่งข่า ยาวประมาณ 1 คืบ พร้อมติดดินและรากด้วย  ฝังในหลุมที่ขุดไว้หลุมละ 2-3 แง่ง กลบดินเท่ากับความลึกของแง่งข่าที่ขุดจากที่เดิม รดน้ำให้ชุ่ม

การบำรุงรักษา
ตอนเริ่มปลูกควรรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง และหมั่นดูแลความชุ่มชื้นของดินอยู่เสมอ  เมื่อข่าเจริญดีแล้ว จึงรดน้ำ 2-3 วันครั้งก็ได้  การใส่ปุ๋ยไม่จำเป็น อาจใส่เดือนละครั้ง หรือไม่ใส่ก็ได้

ข่า สมุนไพรใกล้ตัว




ข่า สมุนไพรใกล้ตัว

ข่าเป็น สมุนไพรใกล้ตัวอีกชนิดที่นิยมใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากว่าข่านั้นเป็นสมุนไพรที่ปลูกง่ายและแพร่พันธ์ดีมากคนสมัยก่อนจึง มักนิยมปลูกไว้ใช้เป็นพืชผักหลังบ้าน เพื่อไว้ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหาร และทำยา ข่านั้นให้คุณค่าและประโยชน์ในหลายด้านไม่ว่าจะนำมาประกอบอาหารให้มีรสชาติ ที่หอมอร่อยหรือไช้เพื่อดับกลิ่นคาว หรือแม้แต่การนำมาทำเป็นยา ดังนั้นวันนี้เราจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับสมุนไพรอย่างข่ามาให้ได้รู้จักกัน มากขึ้นค่ะ
ประโยชน์
>> เหง้าของข่านั้นนำมาใช้โดยการใช้เหง้าสดตำ ให้ละเอียด เสร็จแล้วก็ให้นำมาผสมกับน้ำปูนใส รับประทานครั้งละครึ่งแก้ว ช่วยขับลมแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเดิน และบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน ได้ดีทีเดียวค่ะ
>> หากใครที่มีอาการทางผิวหนังเช่น กลาก เกลื้อน ลมพิษ ก็ให้ใช้เหง้าสดตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาว ทาบริเวณที่เป็นบ่อยๆ จนกว่าจะดีขึ้น
>> สารสกัดที่ได้จากข่านั้นก็สามารถนำมาประกอบเป็นยารักษาโรคได้หลายชนิด เช่น ยารักษาแผลสด แก้โรคปวดบวมตามข้อ แก้โรคหลอดลมอักเสบ หรือจะใช้เป็นยาธาตุและยาขับลมก็ได้
>> เนื่องจากข่าเป็นสมุนไพรที่ให้น้ำมันหอมละเหยได้ดี จึงสามารถใช้ไล่แมลง โดยนำเหง้ามาทุบหรือตำให้ละเอียดเพื่อให้น้ำมันหอมระเหยออกมา แล้วนำไปวางในบริเวณที่มีแมลงแค่นี้แมลงก็จะพากันหลีกลี้หนีหายไป
>>ผลของข่าที่เราเห็นกันนั้นก็มีสรรพคุณคล้ายกับเหง้านั่นก็คือ ใช้เป็นยาแก้ปวดท้อง ท้องร่วง ฆ่าเชื้อบิด และช่วยย่อยอาหาร ผงจากผลแห้งสามารถรักษาอาการปวดฟันได้ โดยนำไปบดและทาบริเวณที่ปวด
การประกอบอาหารโดยใช้ข่า
ข่านอกจากจะมีประโยชน์ทางด้านสมุนไพรแล้วข่ายังนำมาเป็นเครื่องเทศที่ใช้ แต่งกลิ่นอาหารและดับกลิ่นคาวพวกเนื้อสัตว์ต่างๆได้ดีเช่นกัน นั่นก็คืออาหารจำพวก ต้มยำปลา ข้าวต้มปลา ต้มข่าไก่ เป็นส่วนผสมในน้ำพริกเครื่องแกงต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้เป็นส่วนผสมของลูกแป้งที่ใช้ทำข้าวหมากและเหล้า ดอกและลำต้นอ่อนใช้รับประทานเป็นผักสดได้
ขอบคุณบทความดีดีจาก : www.chuankin.com

Tuesday, October 23, 2012

ข่า สมุนไพรไทย รักษาลมพิษ


นอกจากประโยชน์ของข่าในการใช้ประกอบอาหารแล้วนั้น ประโยชน์อย่างหนึ่งที่คนไม่รู้กันคือช่วยในการบรรเทาโรคผิวหนัง และลมพิษต่างๆ จัดว่าเป็นสมุนไพรไทยที่มีประโยชน์มากทีเดียว
ข่า ข้อมูลทั่วไป
ข่า
ชื่อวิทย์ Alpinia nigra (Gaertn.) B.L.Burtt
ชื่อวงศ์ Fam. : ZINGIBERACEAE
ชื่ออื่น
ข่า ข่าใหญ่ ข่าหลวง ข่าหยวก (ภาคเหนือ)
กุฏกกโรหินี เสะเออเคย (แม่ฮ่องสอน)สะเชย (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
ลักษณะทั่่วไป
ต้น เป็นพรรณไม้ลงหัวจำพวก กะวาน เร่ว กะลา จะลงหัวใหญ่ขาวอวบอ้วน เป็นพรรณไม้ที่ชอบขึ้นตามที่ลุ่ม
ใบ จะมีลักษณะรูปไข่ยาว จะออกสลับกันรอบ ๆ ลำต้นบนดิน ซึ่งจะเป็นกาบของใบหุ้ม ลำต้น ใบคล้ายพาย
ดอกเป็นช่อมีขาวแต้มด้วยสีแดงเล็กน้อย
ดอก จะออกเป็นช่อตรงปลายยอด และดอกช่อนั้นก็จะจัดอยู่ด้วยกันอยู่อย่างหลวม ๆ ช่อที่ยังอ่อนจะมีกาบ
สีเขียวอมเหลืองหุ้มมิด (spathe) ส่วนดอกสีขาวอมสีม่วงแดงนั้นจะบาน จากข้างล่างขึ้นข้างบน
ผล มีลักษณะกลมโตและมีขนาดเท่าเม็ด บัว เมื่อแก่จะมีสีดำและมีเม็ดเล็ก ๆ อยู่ภายใน จะมีรสขม เผ็ดร้อน
การขยายพันธุ์ ข่าจะปลูกด้วยเหง้า หรือหน่อจะปลูกได้ทุกฤดูกาล โดยการแยกปลูกเป็นหลุม ๆ ละต้น ปลูกห่างกันราว ๆ
80 ซม. เผื่อให้มันแตกกอ และปลูกง่ายไม่มีศัตรูพืชรบกวน
ส่วนที่ใช้ เหง้าอ่อน และแก่
สรรพคุณ ของพืชสมุนไพร ชนิดนี้
เหง้า เหง้าแก่ นำมาตำให้ละเอียด ใช้ทาบริเวณที่เป็นโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน ใช้เป็นยารักษาภายนอก หรือจะตำใช้ทำกระ สายเป็นเหล้าโรง ทารักษาอาการคันในโรค ลมพิษ ทาบ่อย ๆ จนกว่าลมพิษนั้นจะหายไป